วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553

ข้าว ปลา อาหาร และ ชุมชน

เนาวลักษณ์ แสงสุวรรณ
เลิงนกทา จ.ยโสธร

เป็นหนังสือ สรุปรายงานวิจัยสถานะความมั่นคงทางด้านอาหารประชากร 19 หมู่บ้านในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยเพื่อสำรวจความมั่นคงทางด้านอาหารของชาวบ้านในชนบทของไทย โครงการวิจัยนี้เกิดจากการตระหนักถึงปัญหาความไม่มั่นคงทางด้านอาหารที่ถูกคุกคามจากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจข้ามชาติ ที่เข้ามาควบคุมการแปรรูป การส่งออก การนำเข้า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคผ่านสื่อโฆษณา และรุกหนักถึงการแย่งพื้นที่การผลิตของชาวบ้าน

เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อปฏิรูปการเกษตรแห่งเอเชีย ได้ประสานงานกับชมรมศิษย์เก่าบูรณะชนบทและเพื่อนทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้ NGO ในส่วนต่าง ๆ ของไทยทำงานวิจัยชื้นนี้ โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2541 – 2543 ใช้ระเบียบวิจัย 2 แบบ คือ การวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ
ทั้งนี้ประเด็นคำถาม อิงนิยามความมั่นคงทางด้านอาหารขององค์กรอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ดังนี้
1. การมีอาหารถึงพร้อม
2. การมีอาหารสะสมเผื่อยามขาดแคลน
3. การเข้าถึงอาหารทั้งในรูปการผลิตเอง การเก็บหาตามธรรมชาติ และการซื้อ
4. คุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร

ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตอาหารเหลือเฟือจนส่งออกนำรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล แต่กลับพบว่า ยังคงมีปัญหาประชาชนขาดแคลนอาหารและอยู่ในภาวะอดอยาก ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่เท่าเทียมกันของระบบกระจายอาหาร การเป็นเจ้าของที่ดินถูกแย่งชิง

บทสรุปของงานวิจัยพบว่า
ที่ดิน เป็นตัวชี้วัดอันดับหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร เนื่องจาก ที่ดินคือแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญที่สุด การศึกษาวิจัยพบว่า ชาวบ้านไม่มีที่ดิน หรือมีไม่เพียงพออยู่ในสภาพต้องเช่าคนอื่น ปี 2542 พบว่าประชากร 90% ถือครองที่ดินขนาดเล็กกว่า 1 ไร่ ประชากร 10% ถือครองที่ดินแปลงใหญ่กว่า 100 ไร่ การสูญเสียที่ดินของเกษตรกรมาจากการทำเกษตรเชิงพาณิชย์ ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางด้านอาหารและความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกรในปัจจุบัน
นอกจากที่ดินแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ที่จะสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้แก่ชาวบ้าน เช่น เมล็ดพันธุ์ แรงงาน ปัจจัยการผลิต สภาพดินฟ้าอากาศ แหล่งน้ำ ฯลฯ ก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญ เช่นกัน

อ่านแล้วใจหาย ที่ยังไม่มีหน่วยงานใดให้ความสำคัญกับปัญหานี้อย่างจริงจัง
อ่านแล้วใจหาย จนต้องรีบกลับมาสำรวจตัวเองว่า มีความมั่นคงทางด้านอาหารหรือยัง ???

แรงจูงใจในการเขียนกรณีสันติอโศก และเพื่อความเข้าใจปัญหาโพธิรักษ์

“แรงจูงใจในการเขียนกรณีสันติอโศก” 96 หน้า
“เพื่อความเข้าใจปัญหาโพธิรักษ์” 106 หน้า
เขียนโดย พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

ธนิกา รั้วประโคน


เรื่องราวต่อไปนี้ เกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการศาสนาที่กำลังวุ่นวาย เมื่อเกิดกรณีที่ท่านโพธิรักษ์ (เป็นพระสังกัดสันติอโศก) ถูกมองว่ากำลังกลบเกลื่อนบทบัญญัติในพระวินัยทับซ้อน (บทบัญญิติพระวินัย คือ กฎหมายของสงฆ์) จนกลายเป็นการหักล้างพุทธบัญญัติ ทำให้พระพุทธศาสนาสับสนในวงกว้าง ท่านพระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) จึงได้เขียนหนังสือเพื่อชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจประเด็นต่างๆ ด้วยเหตุและผลบนฐานของความเป็นจริง
ในหนังสือ “เพื่อความเข้าใจปัญหาโพธิรักษ์” ได้ชี้ให้เห็นปัญหาโพธิรักษ์ที่เป็นการทำผิดต่อพระธรรมวินัย และผิดความจริง แยกเป็น ๓ ด้าน คือ
๑) การทำผิดกฏหมายของบ้านเมือง
๒) การประพฤติผิดวินัยของสงฆ์
๓) การทำคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ผิดเพี้ยน หรือลบล้างดัดแปลงพระธรรมวินัย
ที่สำคัญคือประเด็นที่ ๓ ที่ทำให้ประชาชนสับสนเพราะได้มีการหยิบยกคำสอนของพระพุทธเจ้าในพระไตรบิดกขึ้นมาตีความ ให้เป็นไปในทางที่เป็นการดัดแปลง บิดเบือน ลบล้างพุทธบัญญัติ ตลอดจนปลอมปนคำสอนในพระพุทธศาสนา เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะตั้งบัญญัติขึ้นใหม่เอง ซึ่งถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงที่ทำให้พระธรรมวินัยวิปริต

เล่มที่สองเป็นบทสัมภาษณ์ที่ ผศ.ดร.อาภา จันทรสกุล ในนามของคณะผู้จัดทำวารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ สัมภาษณ์พระเทพเวที เมื่อวันที่ 18 กย. 2531 ถึงแรงจูงใจในการเขียนกรณีสันติอโศก และผลที่เกิดขึ้นเมื่อได้มีการเผยแพร่ออกไป
พระเทพเวที พูดถึงแรงจูงใจในการเขียนกรณีสันติอโศก มี 5 ประเด็นดังนี้
1. อยากให้คนส่วนใหญ่ได้เข้าใจ และมีทัศนคติต่อพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง
2. ให้ผู้เกี่ยวข้องหรือต้องการเกี่ยวข้องเช่น สื่อ เผยแพร่ข่าวสารด้วยประเด็นที่ถูกต้อง
3. ให้สำนักสันติอโศก ได้มองดูในแง่แนวปฏิบัติของตนเอง
4. ให้นักการเมืองที่จะมารับผิดชอบสังคม มีความเข้าใจต่อการพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องชัดเจน
5. ที่สำคัญที่สุดคือเพื่อการรักษาพระธรรมวินัย
ผลที่เกิดขึ้นหลังจากท่าน พระเทพเวที ได้ออกมาชี้แจงในหนังสือ กรณีสันติอโศก
ในประเด็นที่อยากให้ประชาชนเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น ผลปรากฏว่ามีคนจำนวนหนึ่งมีทัศนคติต่อเรื่องดังกล่าวในทางที่ถูกต้องขึ้น ส่วนประเด็นที่สอง ผู้ที่เกี่ยวข้องได้แก่สื่อต่างๆ ซึ่งสื่อก็ยังเผยแพร่ประเด็นไม่ชัดเจนได้แต่เน้นขายจุดสนใจอื่น เป็นต้นว่าพูดพาดพิงให้เห็นเหมือนกับว่าเกิดการแตกแยกในคณะสงฆ์ไทย ประเด็นที่สาม ความต้องการให้สำนักสันติอโศกทบทวนสิ่งที่ได้ปฏิบัติ แล้วแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง และชี้แจงให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจ ผลกลับทำให้สันติอโศกมีการตอบโต้กลับมหาเถรสมาคมกับพระเทพเทวีเป็นไปในทางขัดแย้งแทน ส่วนมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นฝ่ายที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการแก้ไขปัญหา ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น สุดท้าย ปัจจุบันปัญหาที่เกิดขึ้นกับวงการศาสนายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและตรงประเด็น ที่สำคัญต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพราะเรื่องของการรักษาพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง

สิ่งที่ได้เรียนรู้ ปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ปัญหา ก็คือจิตสำนึกและท่าทีความรู้สึกของเราต่อพระพุทธศาสนา ชาวพุทธทุกคนจะต้องมีความรู้สึกว่าตนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาเป็นสมบัติร่วมกัน และดำรงไว้ซึ่งคำสอนของพระพุทธเจ้าที่บริสุทธิ์

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เงามฤตยู

Review หนังสือเรื่อง เงามฤตยู โดย มัทนา อภัยมูล
ผู้แปร วิฑูรย์ ปัญญากุล

มนุษย์ที่เกิดมีอำนาจล้นพ้นในการเปลี่ยนแปลงโลก
ทำไมมนุษย์ผู้ชาญฉลาดจึงพยายามกำจัดสิ่งมีชีวิต ที่ตนไม่ต้องการเพียงไม่กี่ชนิด ด้วยการทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดและทำให้ตัวเองล้มตาย
สารมฤตยู ลักษณะที่น่ากลัวมากที่สุดข้อหนึ่งของ ดีดีที และสารเคมีประเภทเดียวกันคือ การถ่ายทอดจากสัตว์ชนิดหนึ่งไปสู่สัตว์อีกชนิดหนึ่งผ่านทางห่วงโซ่อาหาร เช่น การมีฟางข้าวที่มี ดีดีที ที่ 7-8 พีพีเอ็ม ไปเป็นอาหารวัว นมวัวจะมี ดีดีที ประมาณ 3 พีพีเอ็ม แต่เนยที่ทำจากนมอาจมีความเข้มข้นของ ดีดีที ที่มากกว่า 65 พีพีเอ็ม ยาพิษนี้อาจถ่ายทอดจากมารดาสู่ทารกได้ รวมถึง นกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมดที่กินไส้เดือนหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในดินเป็นอาหารมีโอกาสเผชิญชะตากรรมทั้งสิ้น
การปนเปื้อนของสารพิษบนโลกไม่ได้มาจาการฉีดพ่นยาอย่างเข้มข้นเท่านั้น การฉีดพ่นยังไม่สำคัญเท่าการสะสมยาทีละเล็กทีละน้อย วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า ด้วยซ้ำ น้ำซึ่งหยดลงมาไม่ขาดสาย ทำให้หินที่แข็งที่สุดกร่อนได้ฉันใด การได้รับสาเคมีอันตรายตั้งแต่เกิดจนตายก็อาจนำหายนะมาสู่มนุษย์ได้ฉันนั้น
สิ่งที่มนุษย์กำลังประสบ ความจริงที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงแต่ปรากฏให้เห็นชัดแจ้งก็คือ ธรรมชาติไม่ได้เปลี่ยนได้ง่ายๆ และเหล่าแมลงก็กำลังหาวิธีสู้กับการถูกโจมตีด้วยสารเคมีอยู่
“ ทุกวันนี้หลายแห่ง ไม่สนใจสมดุลของธรรมชาติ ” สมดุลของธรรมชาติไม่ใช่สิ่งตายตัว หากลื่นไหลและเปลี่ยนแปลงไปมาเสมอ มีการปรับตัวอยู่เรื่อยๆ มนุษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของสมดุลนี้
ข้อเท็จจริงที่สำคัญ 2 ประการที่การปราบแมลงยุคใหม่มอข้าม คือ
1. การปราบแมลงที่ได้ผลดีอย่างแท้จริงเป็นการปราบของธรรมชาติไม่ใช่มนุษย์ จำนวนประชากรจะถูกควบคุมโดยสิ่งที่นักนิเวศวิทยาเรียกว่า การด้านทานของสิ่งแวดล้อม “ ปัจจัยเดียวที่สำคัญที่สุดในการป้องกันแมลงล้นโลกก็คือ การที่แมลงมักทำสงครามกันเองเสมอ”
2. แมลงแต่ละชนิดมีพลังมหาศาล ในการแพร่พันธุ์ เมือการต้านทานของสิ่งมีชีวิตอ่อนแอลงความสามารถในการแพร่พันธุ์ของสิ่งมีชีวิตหลายชนิดนั้นเกินความสามารถที่เราจะคาดเดาได้

มีแนวทางเลือกมากมายหลากหลายที่ใช้แทนการปราบแมลงด้วยสารเคมีได้ ซึ่งบ้างก็ใช้และประสลผลสำเร็จแล้ว บ้างยังอยู่ระหว่างการทดลองในห้องปฏิบัติการ ขณะที่บ้างยังเป็นเพียงแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์ซึ่งรอโอกาสในการทดสอบ
เราคงไม่อยากให้ประเทศของเรากลายเป็นเหมือนเรื่องเงามฤตยู ที่มีตอนหนึ่งบอกเล่าถึง นิทานสำหรับวันพรุ่ง ที่มีเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีภัยพิบัติแปลกประหลาดคืบคลานเข้ามา ทำให้ทุกอย่างเข้ามาเปลี่ยนแปรคำสาปชั่วร้ายบางอย่างครอบคลุมชุมชนแห่งนี้ โลกภัยลกลับคร่าชีวิตฝูงไก่ วัวควายและแกะป่วยไข้ล้มตาย เงามฤตยูล้มตายทุกหนแห่ง พวกหมอต่างงงงวยกับอาการใหม่ๆ ที่คนไข้ประสบ หลายคนสิ้นชีวิตเฉียบพลันโดยไร้สาเหตุ ไม่เฉพาะผู้ใหญ่ แต่ยังมีเด็กๆ ซึ่งนั่งเล่นอยู่ดีๆ ก็ล้มป่วยและเสียชีวิตภายในไม่กี่ชั่วโมง มันเป็นเรื่องเศร้าที่ คิดดูแล้วมันอยู่ใกล้ตัวเรามาก ทุกวันที่กิน ทุกวันที่สูดอากาศหายใจ ทุกวันที่สัมผัส กับสารเคมีทั้งที่โดยตรงและทางอ้อม
โดย มัทนา อภัยมูล

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การลดโลกร้อนของโครงการน้ำพักน้ำแรงของเรา



เนื่องจากในปัจจุบันมีการรณรงค์เรื่องโลกร้อนกันมาก ทางโรงบรรจุยโสธรก็มีส่วนร่วมในการช่วยลดปัญหาดังกล่าวด้วยการนำถุงพลาสติกที่เสียจากงานบรรจุมาทำเป็นวัสดุเพาะปลูกต้นไม้ ซึ่งราคาถุงพลาสติกที่ใช้แล้วในตลาดรับซื้อในราคาถูก ทางโรงบรรจุจึงมีนโยบายในการ Recycle กลับมาใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด โดยเป็นการลดมลพิษได้ จึงนำถุงพลาสติกมาเจาะรูแล้วใส่ดินปลูกจากนั้นพับก้นถุง ก็จะได้ถุงเพาะต้นไม้แล้วจ้า...

ถ้าหากใครสนใจก็ติดต่อได้นะจ๊ะ...

Tel:044-030888

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การร่วมใจกันของชาวโรงบรรจุยโสธร (บอกเล่า..เก้า..สิบ)

ความร่วมมือร่วมใจสามัคคีกันในการเก็บรวมรวมผลผลิตข้าวมะลิแดงจากพื้นที่นาด้านหลังซึ่งเป็นผลิตของโครงการน้ำพักน้ำแรงเพื่อความมั่นคงด้านอาหารของโรงบรรจุข้าวยโสธร

พ่อรวยสอนลูก โดย Robert T.Kiyosaki และ Sharon L.Lechter

ตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน พ่อกับแม่ตั้งความหวังให้กับลูกๆ ให้ขยันเรียนหนังสือ สอบได้คะแนนดีๆ จบไปมีงานทำมีเงินเดือนเยอะๆ เป้าหมายในชีวิตของพ่อกับแม่ คือให้ลูกได้เรียนจบมหาวิทยาลัย จะได้ประสบความสำเร็จในชีวิต
แต่ทุกวันนี้โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่คำสอนของพ่อแม่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย การขยันเรียนหนังสือ เรียนมหาวิทยาลัยดีๆ เรียนจบแล้วไม่ได้ประกันความสำเร็จในชีวิต เนื่องจากโรงเรียนสอนวิธีการหาเงิน แต่ไม่ได้สอนวิธีการใช้เงิน ทำให้หลายคนล้มเหลวในการใช้เงินแม้ว่าจะได้งานดีมีเงินเดือนมากมายมหาศาล ถ้าไม่รู้จักวิธีการใช้เงินนั้นต้องวนเวียนอยู่ใน "สนามแข่งหนู" ทุกๆวันจะทำงานให้เจ้าของบริษัท จ่ายภาษีให้รัฐบาล และจ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคาร สอนให้ลูกขยันเรียน สอบได้คะแนนดีๆ จะได้มีงานทำมีเงินเดือนที่มั่นคง ไม่มีใครสอนเรื่องการเงินและชีวิตจึงดำเนินไปอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าวนเวียนอยู่ใน "สนามแข่งหนู" อย่างไม่มีทางออก
หนทางที่จะหลุดไปจากสนามแข่งหนูได้นั้นต้องมีความรู้เรื่องบัญชีและการลงทุน ต้องรู้ว่าอะไรคือทรัพย์สิน อะไรคือหนี้สิน ทรัพย์สินคือสินทรัพย์ที่จะทำให้เกิดมูลค่าในภายภาคหน้า หนี้สิน คือภาระผูกพัน เข้าใจง่ายๆคือ ทรัพย์สินคือเงินใส่กระเป๋า หนี้สินคือเงินออกจากกระเป๋า
พ่อรวยจะสร้างทรัพย์สินของเขาขึ้นมาก่อน พอมีรายได้มากพอ เขาจึงนำรายได้นั้นไปซื้อความสะดวกสบาย แต่คนจนซื้อความสะดวกสบายด้วยหยาดเหงื่อและแรงงาน ด้วยเงินที่ควรจะเป็นสมบัติของลูกๆในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น ภรรยาของพ่อรวยซื้อรถเบนซ์ เธอใช้เงินรายได้จากค่าเช่าอพาร์ทเมนต์ที่เป็นเจ้าของอยู่ โดยไม่ต้องควักกระเป๋าหรือทำงานเพิ่มขึ้น ซึ่งอพาทเมนต์ทำเงินให้เธอและซื้อรถ แต่เธอต้องรอถึงสี่ปีกว่าจะได้รถคันนั้นมาเพราะรอจนกว่าเงินทุนมีมากพอที่จะซื้อรถคันนั้นกลายเป็นรถที่มีความหมายต่อเขาเพราะมันพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอมีความรู้เรื่องการเงินและสามารถทำให้ช่องทรัพย์สินของเธอเติบโตมากพอสำหรับรถราคาแพงคันนั้น แต่คนส่วนใหญ่พอนึกอยากจะมีรถใหม่สักคน ก็ใช้บัตรเครดิต ในไม่ช้าเขาก็เริ่มไม่พอใจเจ้ารถคันนี้ เพราะภาระหนี้สินที่ติดตามมานั่นเอง
วิธีการทำเงินของคนรวย การออมเงินเป็นความคิดที่ดีเป็นทางเลือกที่คนส่วนใหญ่ปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือมันทำให้มองไม่เห็นโอกาสจะพลาดโอกาสทำเงินมากกว่าล้านก่อนอายุ 40 ปี ไปอย่างน่าเสียดาย ตัวอย่างเช่น ในช่วงนี้เศรษฐกิจแย่มาก สำหรับนักลงทุนนี่คือโอกาส คนอื่นพยายามขายทรัพย์สินแต่คนรวยต้องการซื้อทรัพย์สิน ไม่มีคำว่า "ออมเงิน" เงินจำนวนมากอยู่ในหุ้นและอพาร์ทเมนต์ ซึ่งจะทำเงินได้มาก วิกฤติเศรษฐกิจคือโอกาสของนักลงทุน จึงทำให้คนรวยยิ่งรวยขึ้น
พ่อรวยสอนเรื่องทำงานเพื่อเรียนรู้ อย่าทำงานเพื่อเงิน ลูกจ้างทำงานพอที่จะไม่ให้ถูกไล่ออก และนายจ้างก็จ่ายค่าจ้างพอที่จะไม่ให้ลูกจ้างลาออก ผลลัพธ์คือลูกจ้างไม่เคยก้าวไปไหนได้ไกล พวกเขาจะติดอยู่กับความมั่นคงของงาน เงินเดือน และผลตอบแทนซึ่งเป็นเพียงรางวัลระยะสั้นแต่อาจกลายเป็นปัญหาระยะยาว พ่อรวยแนะนำให้ทำงานเพื่อประสบการณ์ และเรียนรู้ที่คุณจะได้รับ มากกว่าค่าตอบแทนที่ได้รับ มองไปข้างหน้าว่าคุณต้องการฝึกประสบการณ์ เรียนรู้ทักษะด้านไหนอะไรช่วยให้คุณหลุดออกไปจากสนามแข่งหนู ถ้าติดอยู่ในสนามแห่งนี้คุณจะวิ่งวุ่นเพื่อหาเงินมาจ่ายบิลต่างๆเดือนแล้วเดือนเล่าอยู่ในกรงใบเก่าใบนี้ที่เรียกว่า "งานที่มั่นคง"
พ่อรวยสอนว่าถ้าคนเราอยากจะรวยจะต้องลงมือทำเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆให้ได้ ต้องเอาชนะความกลัวว่าจะต้องเสียเงินซึ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เราอยากเอาชนะ ขจัดความคิดด้านลบ ในยามที่กลัวหรือไม่มั่นใจถ้าเรามีความคิดด้านลบโอกาสดีดีก็จะผ่านเลยไปต่อหน้าต่อตา ต้องเติมความอยากให้กับตัวเองสักนิดจะได้กวาดเอาความขี้เกียจออกไปจากตัวคุณ เมื่อสิ้นเดือนเราต้องมีอุปนิสัยที่ต้องนำเงินจ่ายให้กับตัวเองก่อน เพื่อจะทำให้เกิดความกดดันในตัวเองที่จะต้องหาเงินมาจ่ายภาษีและเจ้าหนี้ทั้งหลายให้ได้ ความกดดันนี้จะทำให้คิดหาแหล่งรายได้กลายเป็นแรงจูงใจ ทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้เจ้านายโวยใส่หน้า พยายามหาหนทางในที่สุดก็จะทำให้พ่อรวยฉลาดขึ้น ถ้าจ่ายให้กับตัวเองหลังสุดจะไม่มีความกดดันแล้วจะไม่มีอะไรเหลือเลย พ่อรวยสอนว่า ความรู้ทำให้ได้เงิน ความไม่รู้ทำให้เสียเงิน คนส่วนมากสร้างความทะนงตนขึ้นมาเพื่อปิดบังความโง่ เพราะฉะนั้นถ้าไม่รู้อะไรจงขวนขวายหาความรู้จากหนังสือหรือผู้ที่มีความรู้มีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ พ่อรวยสอนบทบัญญัติ 10 ประการที่ช่วยให้มีพลังในการดำเนินชีวิต
1. พลังใจเพื่อเอาชนะความจริงที่ขวางหน้า ถ้าขาดพลังใจ อะไรๆในชีวิตก็กลายเป็นเรื่องยากไปหมด
2. เสรีภาพในการเลือก โดยเลือกที่จะรวย เลือกที่จะตัดสินใจในการเผชิญกับอุปสรรคปัญหาต่างๆ
3. เลือกคบเพื่อนด้วยความระมัดระวัง เพื่อนสามารถช่วยให้เรารู้เรื่องต่างๆของธุรกิจได้
4. สร้างสูตรและเรียนสูตรใหม่ๆ
5. ชำระหนี้ให้ตนเองเป็นอันดับแรก
6. เลี้ยงนายหน้าของคุณให้ดี เพื่อนายหน้าจะได้ตอบแทนและเป็นประโยชน์กับเรา
7. จงเป็นผู้ให้
8. ทรัพย์สินซื้อความฟุ่มเฟือยจะทำให้เกิดความอยาก
9. มีพระเอกในดวงใจจะทำให้มีพลังพิเศษ
10. สอนผู้อื่นแล้วจะได้รับผลตอบแทน
เหตุผลที่คนส่วนใหญ่มีปัญหาทางการเงิน เพราะโรงเรียนไม่เคยสอนวิชาการเงิน ผลคือทุกวันนี้เราทำงานเพื่อเงิน และไม่เคยรู้วิธีใช้เงินทำงานแทนเรา
ข้อคิดที่ได้จากพ่อรวยสอนลูก
จะซื้อทรัพย์สินที่สร้างมูลค่าให้เราและนำมูลค่าที่ได้จากทรัพย์สินนั้นไปซื้อทรัพย์สินที่จะสามารถสร้างมูลค่าให้เราและเพื่อความสุขความสะดวกสบาย จะไม่ซื้อทรัพย์สินที่จะก่อให้เกิดหนี้สินในภายภาคหน้า จะไม่ตกอยู่ในสนามแข่งหนูเป็นอันขาด การที่จะรวยได้นั้นจะต้องมีความกล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ กล้าที่จะเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ทำไมคนอื่นรวยได้ เราก็ต้องรวยได้...เช่นเดียวกัน...